โสมแดงโวแผ่นดินสหรัฐอยู่ในพิสัยทำการขีปนาวุธรุ่นใหม่


โสมแดงโวแผ่นดินสหรัฐอยู่ในพิสัยทำการขีปนาวุธรุ่นใหม่
เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการทดสอบ “ฮวาซอง-15” ขีปนาวุธข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม ) รุ่นใหม่ ที่มีรัศมีทำการครอบคลุมสหรัฐทั้งประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.โดยอ้างจากรายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง ว่านายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเหาหลีเหนือ ลงพื้นที่บัญชาการและร่วมสังเกตการณ์การยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม ) “ฮวาซอง-15” ( ดาวอังคาร-15 ) ที่เมืองพยองซัง ในจังหวัดพยองกันใต้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อช่วงรุ่งสางของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น โดยฮวาซอง-15 สามารถไต่ระดับความสูงได้ประมาณ 4,475 กิโลเมตร สูงกว่าตำแหน่งที่ตั้งของสถานีอวกาศนานาชาติ ( ไอเอสเอส ) เกิน 10 เท่า และสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน 53 นาที เป็นระยะทางไกลประมาณ 960 กิโลเมตร
 

ทั้งนี้ รายงานของเคซีเอ็นเอระบุด้วยว่า นายคิม จอง-อึน กล่าวถึงการยิงขีปนาวุธครั้งนี้ “เป็นประวัติศาสตร์” และเป็นเกียรติยศของเกาหลีเหนือในฐานะการเป็น “รัฐนิวเคลียร์” อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งเตือนด้วยว่า “แผ่นดินใหญ่ทั้งหมด” ของสหรัฐอยู่ภายใต้พิสัยทำการของฮวาซอง-15 ที่สามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ขนาดใหญ่
 

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงว่า “สหรัฐจะจัดการกับเรื่องนี้” ด้านพล.อ.เจมส์ แมตทิส รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่าการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งนี้ถือเป็น “ก้าวย่างสำคัญ” ที่รัฐบาลเปียงยางจะพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถ “คุกคามโลกได้ทั้งใบ” แต่เพนตากอนยอมรับว่าขีปนาวุธลูกนี้สามารถไต่ระดับได้สูงสุดในบรรดาขีปนาวุธที่รัฐบาลเปียงยางเคยทดสอบมาทั้งหมด โดยความเคลื่อนไหวของรัฐบาลเปียงยางในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ หลังรัฐบาลทรัมป์นำเกาหลีเหนือกลับเข้าสู่บัญชีดำ “รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย”

ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน เรียกประชุมฉุกเฉินหน่วยงานด้านความมั่นคง

ในเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ประณามเกาหลีเหนืออย่างหนัก เนื่องจากขีปนาวุธยังคงตกลงในน่านน้ำที่ถือเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ( อีอีซี ) และเป็นการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งแรกของรัฐบาลเปียงยาง นับตั้งแต่การยิงขีปนาวุธผ่านเกาะฮอกไกโดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนประธานาธิบดีมุน แจ-อิน เรียกประชุมฉุกเฉินหน่วยงานด้านความมั่นคงในกรุงโซล.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์